ลุคแฟชั่น เชิ้ตขาว ชิลๆ

ลุคแฟชั่น “เสื้อเชิ้ตสีขาว” แมทช์ลุคไปเที่ยวหรือไปไหน รับรองเอาอยู่!!!

สวัสดีค่ะ เพื่อน FIFA55 BNK
“เสื้อเชิ้ตสีขาว” ถือเป็นแฟชั่นสุดคลาสสิก ที่แมทช์ลุคได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะแมทช์ลุคเรียบร้อย ดูสุภาพ ใส่ไปทำงานก็ได้ แต่วันชิลล์ ๆ แมทช์ลุคไปเที่ยว ก็สามารถใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงเก๋ๆ หรือกระโปรงก็สวยชิคได้ไม่แพ้กัน
วันนี้เราจะพาทุกคน ไปส่อง ไอเดียแมทช์ “เสื้อเชิ้ตสีขาว” ของเหล่าดารา รับรองว่าแมทช์ออกมาได้สวยเก๋ มีสไตล์มากๆ ไม่ว่าจะลุคน่ารัก ลุคเท่ๆ หรือแอบเซ็กซี่หน่อยๆ ก็ดูดี น่าแต่งตาม!!!
ว่าแล้วก็ตามไปอัพเดท ลุคแฟชั่น “เสื้อเชิ้ตสีขาว” กันเลย ถือว่าเป็นไอเทม ที่สาวๆ ขาดไม่ได้เลยทีเดียว จะแมทช์ลุคไหนก็สวยเก๋ได้แน่นอน

ลุคแฟชั่น
ตัวอย่างลุคแฟชั่น เชิ้ตขาว

1. ลุคเก๋ สไตล์วินเทจ แมทช์เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น แบบแขนตุ๊กตา ใส่กับกางเกงยีนส์ขายาวเอวสูง แต่รองเท้า loafer สีขาว – ดำ กระเป๋าสีดำใบเล็ก พร้อมกับใส่หมวกสานปีกกว้าง

ลุคแฟชั่น


2. แมทช์เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว มัดเอวเก๋ๆ ตัดกระโปรงยีนส์บาน 5 ส่วนเก๋ๆ ใส่รองเท้าคัทชูส้นเตี้ยสีแดง สายรัดก็เก๋ สวยมีสไตล์

ลุคแฟชั่น


3. แมทช์เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กับกางเกงยีนส์ขาสั้น 3 ส่วน ใส่รองเท้าคัทชูสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำใบเล็ก แล้วใส่หมวกทรงนิวส์บอยสีดำก็เก๋ไปอีกแบบ


4. สวยแพง เซ็กซี่มาก แมทช์เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวชีฟองบางๆ กับกางเกงขายาวบานสีขาวเอวสูง เพิ่มลุคเก๋ด้วยแว่นกันแดดก็เลิศ


5. สวยได้สไตล์เกาหลี แมทเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นคอระบาย กับกระโปรงสั้นเอวสูงสีเบจเรียบๆ ก็น่ารัก ดูสบายตาได้ง่ายๆ


6. สวยชิค น่ารัก เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว แขนพองพอง ดูน่ารัก ใส่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ก็ดูดีได้ง่ายๆ มองดูน่ารัก ใส่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ก็ดูดีได้ง่ายๆ

เป็นไงกันบ้างคะ? สำหรับลุคแฟชั่น “เสื้อเชิ้ตสีขาว” บอกเลยว่าสาวๆ แต่ละคนจับเสื้อเชิ้ตสีขาวมาแมทช์ได้ลุคเก๋มาก ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ชิลล์ๆ ที่แมทช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้น แต่ถ้าอยากได้ลุคแอบหวานหน่อยๆ แมทช์ใส่กับกระโปรงเก๋ๆ สักตัวก็ช่วยได้ ส่วนลุคเท่ๆ ลองหาแมทช์กับกางเกงขายาวดู จะเป็นกางเกงยีนส์ขายาว กางเกงขาบาน ก็โดดเด่นมีสไตล์สุดๆ ครั้งหน้าจะพาเพื่อนๆไปส่องไอเดียแฟชั่นสไตล์ไหนอย่าลืมติดตามกันนะคะ

เว็บไซด์แฟชั่น อื่นๆ >>>>> Kebepphongthuy
กลับไปสู่หน้าหลัก >>>>> Bestwebtalk

‘Norcore’ เรียบเก๋ ดูดีมีสไตล์ หวานปนขม

จะพาไปส่องแฟชั่นการแต่งตัว 4 โทนสี หรือที่เรียกว่า ‘Norcore’ เป็นลุคสำหรับสาวเรียบเก๋มีสไตล์ แฟชั่นน่ะมีมากมายล้นหลามเลยแหละ สำหรับการแต่งตัวของเราเป็นการผสมคำกันระหว่าง Normal และ Hardcore มันก็คือสไตล์การแต่งตัวที่เน้นความเรียบง่าย จะเป็นการเน้นสีโทนสี ขาวเทาดำและสีกรม หรือจะเป็นสีอะไรก็ได้ที่ดูจะเรียบพื้นๆและไม่เน้นลวดลาย บอกก่อนเลยว่าใครที่มาแนวนี้ สบายสุดๆ ขอแนวนี้เป็นการแต่งตัวที่ไม่ต้องเติมอะไรมาก เพราะเสื้อผ้าในตู้ของคุณจะเป็นสีที่ไปทางเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเสื้อกางเกง แนวโทนสีสามารถแมทช์กันได้ง่าย เป๊ะ สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออก ก็ลองไปหาดูนะว่าสีโทนสีเขาเรียนอะไรบ้าง เราจะได้นำไปแต่งกัน เช่น

Norcore
ตัวอย่างแฟชั่น Norcore

ใส่เสื้อเชิ้ด สีน้ำตาลอ่อนๆหรือสีเทาอ่อนๆกับกางเกงยีนส์เท่ๆ แค่นี้ก็เรียบและมีสไตล์แล้ว
หรือใครที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น จะลองเน้นเป็นกางเกงสีพื้นๆหรือชุดที่เข้าเซต จะเป็นการแต่งที่ได้รู้เรียบแต่โก้ หรือสาวเปรี้ยวคนไหนอยากได้ลุคแบบเสื้อกล้ามคอเต่ากางเกงขาบานผ้าพริ้วเบาๆ ก็ลองไปหาโทนสีมาแต่งดู หรือถ้าใครที่ชอบความเรียบง่ายแต่ดูเก๋และดูมีสไตล์ ลองเสื้อกล้าม กับกระโปรงแมทช์กันจะดูดีมาก อีกหนึ่งแนวที่แนะนำคือเสื้อเชิ้ตสีพื้นของเรา แต่ นำไปแมทช์กับกระโปรงยาว ที่คลุมหัวเข่า หรือถึงข้อเท้าไปเลย เราจะได้ลุคที่ดูเรียบ แต่ไม่ถึงกับเชย

แต่ถ้าลองได้พูดถึงสีพื้นแล้ว แน่นอนจะไม่พูดถึงสีขาวเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะสไตล์ของเราคือความชิคและเก๋ ที่ลงตัว ไม่มากไปไม่น้อยไป มีความพอดี แต่การจะใส่สีขาวออกมายังไงให้ดูสวยมีออร่าก็คงต้องไปลองจับมาแมตช์กันดู เช่น เสื้อยืดแบบครอป บวกกับกระโปรงที่ยาวแบบเซ็กซี่ ช่วงเอว แต่ไม่ต้องเยอะมากนะ เดี๋ยวมันจะดูไม่เก๋ หรือจะเป็นชุดเดรสสีขาวตัวยาวๆ แล้วใส่ แมทกับรองเท้าผ้าใบลุคนี้คูลสุดๆ แต่ถ้าไม่มีเดรสยาวจะเป็นเดรสคุมเขาก็ได้นะ ใส่ไปเที่ยวหรือใส่ทำงานก็ได้เช่นกัน ใส่กับรองเท้าผ้าใบได้เหมือนกัน

ถ้าเราเป็นโทนสีกรมสีน้ำเงิน บอกเลยว่าโทนนี้ใส่ว่าอะไรก็สวย อาจจะไม่ปังมากแต่ไม่พังแน่นอน เพราะโทนสีกรมจะเป็นสีที่อยู่ระหว่างสีกลางๆทำให้ใส่ได้ทุกโอกาส เพิ่มความร่าเริงสดใสแมทกับรองเท้ากระเป๋านิดหน่อยทำให้ดูโดดเด่นมากขึ้นด้วย เข็มขัดคาดเอว อันนี้สามารถโชว์สัดส่วนได้มากขึ้น หรือจะลองเป็นเสื้อสีขาวกระโปรงเก๋ๆโทนสีน้ำเงิน ก็ลงตัวเหมือนกัน สำหรับการแต่งตัวแนวนี้ไม่ว่าจะจับกระโปรงกางเกง หรือเสื้อ ตัวไหนมาใส่ ลงตัวเเต่เน้นสีโทนสีนะคะฃ

บทความเกี่ยวกับแฟชั่นอื่นๆ >>>>>> Domizsnova
กลับไปสู่หน้าหลัก >>>>>> Bestwebtalk

ผ้าซาติน เส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% คืออะไรกัน ?

วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก ผ้าซาติน กันดีกว่า


ผ้าซาติน เป็นการเรียนรู้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ผ้าซาติน เป็นการทอคู่บิดสูง กดเส้นด้าย สำหรับผ้าซาตินจะมีความคล้ายกับภาพแผลมากเราต้องแยกแยะให้ออกนะคะทุกคนคงคุ้นหูกันดีใช่ไหมคะ สำหรับผ้าชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องนอน หรือชุดนอนถ้าพูดถึงชุดนอนแล้วผ้าซาตินเป็นที่นิยมของสาวๆมากเราจะเห็นกันได้ทั่วในท้องตลาดว่าตอนนี้มีชุดเครื่องนอนซาตินและชุดนอนซาตินเต็ม เป็นผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% ลักษณะผ้าจะลื่นๆ เนื้อนิ่ม ทิ้งตัว หรูหรา ขึ้นเงาสะท้อนแสงไฟ คุณสมบัติคือไม่ยับ เพราะเป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไม่ดูดซับสิ่งสกปรก ซึมแล้วซักออกง่าย ไม่ต้องรีดก็สวมใส่ได้

ผ้าซาติน


ไปหมดสำหรับชุดนอนผ้าซาติน

สวมใส่สบายและด้วยความที่พลาด เป็นผ้าโทนสีที่สวยและใส่นอนสบายช่างจึงนิยมนำมาตัดเป็นชุดนอนให้มีลวดลายน่ารักเซ็กซี่จนผู้หญิงหลายๆคนเห็นถึงกับต้องวิ่งเข้าใส่เลยทีเดียว ใครที่ยังไม่รู้จัก ผ้าซาติน ก็ลองศึกษาดูผ้าซาตินเป็นผ้าที่ยืดหยุ่น ใส่เย็นสบาย และแฟชั่นสมัยนี้ก็ได้นำ ผ้าซาติน มาตัดเป็นชุดราตรีตามความชื่นชอบและนิยมของสาวๆคำว่าผ้าซาตินจะไม่เป็นเพียงชุดนอนอีกต่อไปค่ะไม่ว่าจะนำมาตัดเป็นชุดราตรีก็ดูสวยสง่าหรือจะทำเป็นเสื้อคลุมเก๋ๆก็ได้เช่นกัน

เป็นผ้าโทนสีที่สวยและใส่นอนสบายช่างจึงนิยมนำมาตัดเป็นชุดนอนให้มีลวดลายน่ารักเซ็กซี่จนผู้หญิงหลายๆคนเห็นถึงกับต้องวิ่งเข้าใส่เลยทีเดียว ใครที่ยังไม่รู้จักผ้าซาตินก็ลองศึกษาดูผ้าซาตินเป็นผ้าที่ยืดหยุ่น ใส่เย็นสบาย และแฟชั่นสมัยนี้ก็ได้นำผ้าซาตินมาตัดเป็นชุดราตรีตามความชื่นชอบและนิยมของสาวๆคำว่าผ้าซาตินจะไม่เป็นเพียงชุดนอนอีกต่อไปค่ะไม่ว่าจะนำมาตัดเป็นชุดราตรีก็ดูสวยสง่าหรือจะทำเป็นเสื้อคลุมเก๋ๆก็ได้เช่นกัน

บทความแฟชั่นจากเว็บไซด์ >>>>>>Visit-bandung
กลับสู่หน้าหลัก เพื่ออ่านบทความอื่น >>>>> Bestwebtalk

ผ้าโพลี เอสเตอร์ 100%

ผ้าโพลี เอสเตอร์100%

ผ้าโพลี เป็นผ้าที่สร้างจากใยสงเคราะห์ ที่ผลิตขึ้นมือของคนเรานี่เองค่ะ หรือจะเรียกง่ายๆว่าเนื้อผ้าชนิดนี้เเทบจะเป็นพลาสติกก็ว่าได้ แต่ก็เพราะความเป็นพลาสติก ของเนื้อผ้าชนิดนี้นี่แหละ เราสามารถนำมาผสมกับเนื้อผ้าฝ้ายได้ ขึ้นอยู่กับการผลิตและสัดส่วนต่างๆของผ้าที่เราจะทำ ว่าเราต้องการทำให้เป็นผ้าชนิดไหนออกมาเป็นอย่างไร และสามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นผ้าชนิดอื่นๆได้อีก จุดเด่นของผ้าชนิดนี้เลยก็คือ

ที่ผลิตขึ้นมือของคนเรานี่เองค่ะ หรือจะเรียกง่ายๆว่าเนื้อผ้าชนิดนี้เเทบจะเป็นพลาสติกก็ว่าได้ แต่ก็เพราะความเป็นพลาสติก ของเนื้อผ้าชนิดนี้นี่แหละ เราสามารถนำมาผสมกับเนื้อผ้าฝ้ายได้ ขึ้นอยู่กับการผลิตและสัดส่วนต่างๆของผ้าที่เราจะทำ ว่าเราต้องการทำให้เป็นผ้าชนิดไหนออกมาเป็นอย่างไร และสามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นผ้าชนิดอื่นๆได้อีก จุดเด่นของผ้าชนิดนี้เลยก็คือ

ผ้าโพลี เอสเตอร์
ผ้าโพลี เอสเตอร์

ผ้าชนิดนี้จะเป็นผ้าที่ไม่ค่อยยับ

ถึงแม้จะผ่านการซักก็จะเป็นผ้าที่สามารถคืนรูปง่าย การใส่เสื้อ ผ้าโพลี ชนิดนี้สำหรับบางคนแทบไม่ต้องรีดเลยด้วยซ้ำ เนื้อผ้าจะมีความเงา สังเกตง่ายๆเลยว่าผ้าชนิดนี้จะไม่ซับน้ำนะค่ะ แต่เราสามารถซักได้ตามปกติ ตามระยะเวลาการใช้งานแล้วผ้าชนิดนี้อาจจะเกิดขุยได้ นิยมสักเครื่องมากกว่าใช้แปรงมือค่ะ ผ้าชนิดนี้แค่ขยำๆ ก็สะอาดแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องความนิยมสำหรับ ผ้าโพลี เป็นที่นิยมเพราะราคาถูก สังเกตง่ายๆว่าผ้าโพลีมักจะถูกนำมาทำเสื้อผ้าสกรีน และนำมาแจก เช่น เสื้อสโมสร หรือเสื้อสมาคมต่างๆ จะนิยมใช้ ผ้าโพลี เพราะมีราคาถูกมากค่ะ ส่วนข้อดีของผ้าโพลี 100% เราสามารถซักได้แบบไม่ต้องถนอมเค้ามากเลยนะ เพราะผ้าโพลีจะไม่หด ไม่มีการเสียทรงแต่อย่างใดเสื้อที่เราซื้อมาแม้จะผ่านการซักก็ยังคงสภาพเดิมจ้า ใส่ได้ยาวๆเลยแหละ

แต่ข้อเสียของ ผ้าโพลี คือ เป็นผ้าที่แข็ง ไม่มีความนุ่ม เเต่จะลื่นๆเงาๆ หลายๆคนเลือกใส่ผ้าโพลีเพราะผ้าชนิดนี้มีความบาง บางคนชอบที่ความใส่สบาย และผ้าชนิดนี้อย่างที่เคยพูดไปมีราคาถูกมากค่ะ หาซื้อได้ตามท้องตลาดแทบจะเรียกได้ว่าขายยกกิโลเลยก็ว่าได้

เว็บไซด์แฟชั่นอื่นๆ >>>>>> Fungames365
กลับสู่หน้าหลัก >>>>>>> Bestwebtalk

ผ้า แต่ละชนิดมีลักษณะแบบไหน ผ้ามีประเภทใดบ้าง?

ผ้าแต่ละชนิดมีลักษณะ เป็นแผ่นเสื้อ ผ้า ที่เราใส่อยู่เป็นจำทุกวัน ผลิตขึ้นจากใยที่เกิดจากธรรมชาติและเป็นการสังเคราะห์จากมนุษย์ และผ่านการผลิตจากวิธีต่างๆทำให้เกิดมาเป็นผ้า ที่นำมาตัดเป็นเสื้อ ผ้า ที่เราสวมใส่กันทุกวันนี้ โดยรวมแล้วหลักๆผ้าจะแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทผ้าถัก จะเป็นการนำเส้นด้ายมาต่อกันให้เป็นห่วง โดยจะใช้เป็นเส้นด้ายแนวตั้งและแนวนอน

ประเภทผ้าทอ การทำผ้าทอจะเป็นการนำเส้นด้ายมาขัดกัน จะเป็นแนวเส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืน

ผ้า
รูปของผ้าประเภทต่างๆ

วันนี้เราลองมาทำความรู้จัก ผ้า เเต่ล่ะชนิดกัน ผ้าที่ผลิตจากธรรมชาติ จะมีเป็นประเภทๆ เช่น


1.เส้นใยลินิน (lilin)
เป็นการผลิตจากใยของต้นflax โดยวิธีทำจะใช้เป็นการปั่นจนได้เป็นเส้นด้าย แล้วจึงนำมาถักหรือทอ คุณสมบัติของผ้าชนิดนี้จะเป็นผ้าที่ มีความยับง่าย ผิวของพื้นผ้าจะเรียบและแข็งมันเงาดูสวยงาม ผ้าลินินเป็นผ้าที่ เราไม่สามารถพับได้ผ้าชนิดนี้จะเน้นเป็นการม้วนเก็บเท่านั้น เพราะการผ่าตัดทำให้เส้นของด้าย และทำให้ผ้าดูไม่สวยงาม ผ้าลินินมีความดูดซึมน้ำได้ดี และก็สามารถติดไฟได้ดีเช่นกัน

2.เส้นใยฝ้าย หรือ (cotton)
เส้นใยฝ้ายจะผลิตขึ้นมาจากฝ้ายโดยการปั่นฝ้ายให้เกิดเป็น เส้นด้าย แล้วจึงนำมาถักทอเป็นผ้า
ผ้าฝ้ายนั้นเป็นผ้าที่ยับง่าย ตัวผ้ามีความนุ่มจึงทำให้รีดยาก เกิดการหดตัวยับหรือย้วย แต่เป็นผ้าที่นุ่มเบาบางใส่สบาย ผ้าฝ้ายเป็นพระที่นิยมนำมาทำเป็นเสื้อผ้าเรื่องจาก ผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มและใส่สบาย

3.เส้นใยไหม ( silk)
เส้นใยไหมเป็นการผลิตจากโปรตีนของรังไหม
เรานำเส้นใยไหมมาปั่น ทำให้เกิดเป็นเส้นด้าย
แล้วจึงนำมาทำเป็นผ้าถักทอให้เป็นผืน ข้อดีของผ้าเส้นใยไหมเป็นผ้าที่ไม่ยับง่าย มีความนุ่มสูง เป็นผ้าที่สามารถคงสภาพผ้าได้นาน สวมใส่สบาย ยิ่งถ้าเป็นหน้าหนาวด้วยแล้วก็เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้อีก

4.เส้นใยขนสัตว์ (wool)
สำหรับเส้นใยขนสัตว์ก็ตรงตัวเลยเป็นการผลิตจากขนสัตว์ การผลิตก็นำมาปั่นเช่นเดียวกัน แล้วจึงนำมาถักทอเป็นผ้า สำหรับขนสัตว์ที่มีความนิยมที่สุดในการนำมาทำเสื้อผ้าก็คือขนแกะ สำหรับเสื้อผ้าขนสัตว์นิยมนำมาทำใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ผ้าขนสัตว์นี้ มักจะหดตัว เวลาโดนน้ำ สำหรับการทำความสะอาดผ้าขนสัตว์มักนิยมเป็นการซักแห้งค่ะ
ก็ทำความรู้จักของผ้าแต่ละชนิดกันไปพอคร่าวๆ เพื่อให้เรารู้ว่า เราอยากเลือกใส่เสื้อผ้าแบบไหนผลิตจากอะไรแบบไหนใส่สบายเหมาะสำหรับการใส่แต่ละฤดู ก็ลองเลือกใส่กันดูนะคะว่าชอบแบบไหน

เว็บไซด์แฟชั่นเพื่อนบ้าน >>>>> Simplestexplanation
กลับไปสู่หน้าหลัก >>>>>> Bestwebtalk

เกาะผี ตำนานสุดสยองแห่งชลบุรี

เกาะผี จังหวัดชลบุรี

แค่ชื่อ เกาะผี ผมเชื่อว่าก็คงไม่มีใครอยากขึ้นไปเที่ยวบนเกาะแห่งนี้แล้ว ใช่ครับเพราะแท้ที่จริงแล้ว เกาะผีมีชื่อจริงๆว่าเกาะขามน้อย เป็นสุสานฝังศพในสมัยก่อน เมื่อมีคนตายก็จะเอาศพมาฝังไว้ที่ เกาะผี แห่งนี้ เกาะนี้เป็นเพียงเกาะเล็กๆใครหลายๆคนอาจไม่ค่อยรู้จัก
เพราะเกาะแห่งนี้ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่บนเกาะ จะมีก็แต่ศพที่ถูกฝังอยู่นับร้อยนับพันศพ
การเดินทางไปยังเกาะผี ถ้าไปทางฝั่งพัทยา จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชม.ครึ่ง
เมื่อไปถึงเกาะแล้ว ต้องใช้เรือเล็กต่อขึ้นไปบนเกาะ เพราะ เกาะผี แห่งนี้ไม่มีชายหาดให้เดิน เมื่อขึ้นมาบนเกาะก็จะพบกับหลักฐานมากมาย รวมไปถึงสุสานและหลุมฝังศพ
ที่มีอยู่ทั่วทั้งเกาะ

เกาะผี

โดยมีเรื่องเล่าว่าเมื่อสมัย

สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหาร อเมริกันได้มาตั้งฐานทัพเรือแต่ระหว่างนั้นได้เกิดไข้ป่าระบาดหนัก ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต และถูกนำมาฝังไว้ยัง เกาะผี แห่งนี้ รวมไปถึงศพจาก
หลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทยพุธ อิศลาม จึงกลายเป็นชุมทางแห่งความเฮี้ยน
ว่ากันว่าเคยมีวัยรุ่นขึ้นไปลองของ บนเกาะแห่งนี้เพื่อท้าทาย ก็เจอกับเรื่องราวแปลกๆ รวมทั้งยังได้ยินเสียง “พวกมึงมาทำไม” ก่อนจะเห็นร่างคนสวมชุดคล้ายมุสลิม
และเลือนหายไป และหลุมศพที่อยู่ใกล้กับตลิ่ง ก็จะถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเห็นโครงกระดูกที่ถูกฝังอยู่

  • ปัจจุบันนี้ไม่มีการนำศพขึ้นมาฝังยัง เกาะผี แห่งนี้แล้ว แต่ยังคงมีผู้พบเจอเรื่องราวแปลกประหลาดและดวงวิญญาณอยู่เลื่อยมาบนเกาะแห่งนี้ ด้วยความลึกลับและปลอดผู้คน จึงทำให้เกาะแห่งนี้ยังคงความเฮี้ยนอยู่เสมอ.

เว็บไซด์เพื่อนบ้านของเรา >>>>> Galileo-yacht
กลับไปสู่หน้าหลัก เพื่ออ่านบทความอื่น >>>>>> ฺBestwebtalk

สัตว์ ใกล้สูญพันธ์ หายากบนพื้นผิวโลก

สัตว์ บนพื้นโลก

สัตว์ เสือดาวหิมะแห่งเทือกเขาหิมาลัย
นับว่าเป็นเสืออีกนึงพันธ์ที่หาดูได้ยาก มันจะอาศัยอยู่แถมภูเขาภูเขาหินที่มี หิมะ ความพิเศษของมันคือลำตัวจะมีขนหนา-ยาว สีขนจะออกเป็นสีโทน น้ำตาลๆ จะดูกลมกลื่นกับสิ่งแวดล้อมที่มันพักอาศัยอยู่ เจ้าสือดาวหิมะนี้ ทางอเมริกาเคยจัดให้คนสามารถล่าได้ช่วงนั้นก็มีคนสนใจที่จะล่าเป็นจำนวนมาก ทีม เอลฟ่า เป็นอีกหนึ่งทีมที่ล่า สัตว์ เสือดาวน้ำแข้ง(หิมะ) ด้วยเช่นกัน เพราะค่าตัวมันนั้นนับว่าไม่น้อยเลย ขนมันของมันมีราคาราวๆ 5หมื่นดออลล่าห์ หรือราวๆ 1.6 ล้าน บาท แต่ทุกวันนี้เจ้าเสือดาวหิมะนั้นถูกล่าเยอะซะเหลือเกิน จน ณ ปัจจุบันมันกลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ไปแล้ว

สัตว์
เสือดาว

นิสัยของเจ้าเสือดาวน้ำแข็งหรือหิมะ

สัตว์ ประเภทนี้มันมีทักษะนักล่าที่ดีที่เดียว บวกไปด้วยความเร็วของต้นขาทั้งสี่ข้าง เหยื่อที่มันเล็งไว้นั้นแทบจะไม่มีโอกาสมีชีวิตกลับไปสักครั้ง มีสมองอันหลักเหลี่ยมเฉียบคม นิสัยมันจะชอบอยู่กันเป็นกลุ่มๆ แต่แลดูไม่เป็นกลุ่มใหญ่มาก สัตว์ นี้จะมีนิสัยชอบล่าเหยื่อไม่ค่อยชอบพักผ่อนถ้าเวลาไหนมันหลับมันก็จะคอยระวังตัวเองอยู่เสมอ แต่ด้วยการที่เป็นเสือที่มีขนหน้าและยาว ขนาดตัวของมันจะดูใหญ่เป็นพิเศษแลดูเป็นที่หน้าเกรงขามของศัตรู การจุ่โจมของเจ้าเสือน้ำแข็งนั้น มันชอบโจมตีเหยื่อที่บริวารต้นคอ มันสามารถปิดชีพคู่ต่อสู้ด้วยเวลาไม่ถึง 5 นาที แต่ทั้งนี้ตัวมันเองก็จะมีจุดอ่อนอยู่เช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามถ้าเราไม่นับจากความดุร้ายของมันแล้ว ตัวเจ้าเสือดาวน้ำแข็ง(หิมะ)นั้นก็ถือว่า

สัตว์ เสืออีกนึงชนิดที่สวยงาม และดูสง่าเลยก็ว่าได้ เราคงทำความรู้จักกับเจ้าเสือดาวน้ำแข็ง(หิมะ)กันพอสมควรแล้ว ถ้าผิดพลาดยังไงต้องขออภัยมา ณ ทีนี้ บทความนี้มาจากความคิดเห็นส่วนตัว

เว็บไซด์เพื่อนบ้าน >>>>>> Domizsnova

กลับไปสู่หนัาหลัก >>>>>> Bestwebtalk

พลังแห่งรัก ครั้งใหม่ที่รอคอย

พลังแห่งรัก ชะล้างความทุกข์ใจ

เรื่องที่ทำให้คุณทุกข์ในใจรักสามารถซะล้างให้บรรเทาได้ด้วยสายน้ำหรือ พลังแห่งรัก
เทน้ำลงในจานเล็ก น้อย จากนั้นจุ่มนิ้วชี้ขางขวาลงไปแล้วอธิษฐานว่า ช่วยซะล้างความทุกข์ของฉันด้วยเถิด แล้วนำน้ำนั้นไปทิ้งที่แม่น้ำ บ่อน้ำ หรือ ทะเล ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ให้ทิ้งอ่างล้างหน้า น้ำนั้นจะช่วยทำให้ใจของคุณสดใสขึ้นเพื่อรองรับความรักที่จะเข้ามาหาในไม่ช้าเพราะความรักที่ดีมักแลกมาด้วยคุณค่าของการเฝ้ารอ และซื่อสัตย์กับมันตลอดเวลา
ด้วย พลังแห่งรัก

พลังแห่งรัก

ความเชื่อของความรักกับหวี

สาวๆ ชาวฮอลันดาเชื่อกันว่า ถ้าสาวคนไหนทำหวีหรื่อกระจกตก จะโชคร้ายเกี่ยวกับความรัก แต่ถ้าใช้หวีอย่างเอาใจใส่ เช็ดล้างมห้สะอาดอยู่เสมอ หวีนั้นจะช่วยปกป้องความรักที่มีเอาไว้ได้ ยังโชคดีที่ความนิยมแบบนี้ยัไงไม่เข้ามาสู่ประเทศไทยเรา ไม่งั้นสาวๆคงจะใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าเดิมแน่นอน เพราะมั่วล้างหวี ทั้งวัน แต่สำหรับชาวพุทธอย่างเราความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องคว่ามรักคงหนีไม่พ้น เรื่องเวรกรรมที่มีต่อกันมา หรื่อจะเรียกให้สวยหรูหน่อยก็คงจะคือเนื้อคู่นั้นเอง ที่คนสมัยใหม่ใช้เรียก พลังแห่งรัก กัน

ข้อดีที่หนึ่งของเราที่แตกต่างจากเค้าก็คือการประขับประคองความรัก ซึ่งจะมีหนักเบา เย็นกับร้อน เพราะถ้ามั่วแต่ห่วงหวีกับกระจกเพื่อประคองความรักแบบเค้าแล้วมันคงจะน่าปวดหัวน่าดู ( อันนี้ล้อเล่นน่าา ) แต่อย่างไรก็ตามความความเชื่อก็คือสิ่งที่สืบทอดกันมาแต่โบราณทุกประเทศก็จะมีความเชื่อของเค้า
แต่ในการปติบัดนั้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนๆ ความรัก็มีจุดยึดเหนี่ยวจุดด้วยกันก็คือ ความห่วงใยซึ่งกันและกัน รักและเป็นห่วงความรู้สึกกันตลอดเวลา ด้วย พลังแห่งรัก

เว็บไซด์แฟชั่นเพื่อนบ้าน >>>>> Visit-bandung
กลับไปสู่หน้าหลัก >>>>> ฺBestwebtalk